ภายใน Museum

posted on 16 Sep 2008 15:57 by thai-land in Museum


แต่อย่างไรก็ตาม การจัดแสดงในห้องนี้ยังให้ความรู้สึกเหมือนจะยังไม่เสร็จสมบูรณ์ซะทีเดียว




เบิกโรง
(Immersive Theatre)




แค่ชื่อก็บอกอยู่แล้วนะครับว่าเป็นโรงฉายภาพยนตร์ ก็จะมีแต่จอสีขาวๆ กับเก้าอี้รูปทรงธรรมดาที่แทบจะนอนเล่นได้เลย ...แต่คงยังไม่ทันได้หลับอย่างสบายหรอกครับ เพราะภาพยนตร์ที่นำมาเกริ่นนำนั้นสั้นนิดเดียว... และเมื่อดูจบแล้วน้องๆ ที่คอยดูแลอยู่ก็จะเปิดม่านให้ผู้ชมเดินเข้าไปชมนิทรรศการในห้องต่อไป นั่นคือ ...ห้องไทยแท้ (Typically Thai)




ไทยแท้
(Typically Thai)




ไทยแท้ เป็นส่วนจัดแสดงแคบๆ แต่มีองค์ประกอบที่ค่อนข้างเยอะ จนอาจจะดูอึดอัด เหมือนเวลาเราเดินเข้าไปในตลาด อยากจะบอกว่าทุกๆ สิ่งทุกๆ อย่างที่จัดแสดงอยู่ในนั้นต้องสังเกตและนึกคิดซักนิด ซึ่งคำบรรยายที่กระจายอยู่ตามจุดต่างๆ จะบอกใบ้ให้รู้ว่าผู้จัดต้องการจะสื่อว่าอะไร

ในห้องนี้เองที่จะเริ่มทำให้คนดูฉุกคิดว่า ไทยแท้ ที่เราๆ พยายามจะยกยอปอปั้นว่าสิ่งต่างๆ เราเป็นคนเริ่ม เป็นคนผลิต ที่แท้แล้วบ้านอื่นเมืองอื่นเขาก็มีกันเพราะมันเป็นวัฒนธรรมร่วม หรือ..สิ่งนั้นที่เรามักจะเข้าใจว่าเป็นของเมืองไทย แต่จริงๆ แล้วประเทศอื่นเมืองอื่นเป็นคนผลิตต้นแบบ อย่างเช่น รถตุ๊กๆ เป็นต้น





ดูแล้วน่าคิดกว่าพิพิธภัณฑ์แนวคิดชาตินิยมเป็นไหนๆ





เปิดตำนานสุวรรณภูมิ
(Introduction to Suvarnabhumi)




เมื่อออกจากห้องไทยแท้แล้ว ผู้ชมจะต้องเดินขึ้นบันไดที่อยู่ตรงหน้าทางออกของไทยแท้นี่แหล่ะ เพื่อที่จะขึ้นไปชมนิทรรศการในหัวข้อต่อไปบนชั้นที่ 3 ซึ่งก็คือห้องเปิดตำนานสุวรรณภูมิ

ทำไมต้อง "สุวรรณภูมิ" ด้วยล่ะ ผมเข้าใจว่า ผู้จัดเอาคำว่า สุวรรณภูมิ มาใช้เป็นคำที่อธิบายถึงความมั่งคั่งของดินแดนเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ภาคพื้นแผ่นดินได้ดีที่สุด มากกว่าการศึกษาแบบเดิมๆ ที่จะกำหนดอายุสมัยวัฒนธรรมเป็นสมัยหินเก่า สมัยหินใหม่ สมัยโลหะ สมัยทวารวดี สมัยสุโขทัย สมัยอยุธยา เหมือนแบบขนมชั้นแบบที่เราๆ สมัยเด็กๆ เข้าใจกัน ...



ในการศึกษาเรื่องราวของคนในสมัยโบราณ ยิ่งโดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ไม่เคยมีตัวหนังสือบันทึกเรื่องราวต่างๆ จำเป็นต้องใช้วิชาความรู้ทางโบราณคดีที่ได้จากการขุดค้น วิเคราะห์ชั้นดิน ชั้นวัฒนธรรม มาอธิบายเรื่องราวหรือกิจกรรมของมนุษย์โบราณ ด้วยเหตุนี้ส่วนหนึ่งของห้องเปิดตำนานสุวรรณภูมิก็จะให้ความรู้เกี่ยวกับการดำเนินงานทางโบราณคดี โดยมีนักโบราณคดี ร.ศ.ดร.รัศมี ชูทรงเดช แห่งภาควิชาโบราณคดี คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร ตัวจริง เสียงจริง มายืนตอบคำถามให้ทั้งวัน





นอกจากนี้ผู้ชมนิทรรศการยังสามารถแฝงตัวเป็นนักโบราณคดี ใช้แปรงปัดดินปัดทรายเพื่อเปิดเผยให้เห็นโบราณวัตถุชิ้นสำคัญๆ พร้อมทั้งรับทราบเกร็ดความรู้เกี่ยวกับวัตถุชิ้นนั้นๆ






สุวรรณภูมิ
(Suvarnabhumi)




ห้องนี้น่าจะเป็นห้องจัดแสดงที่ใหญ่ที่สุดก็ว่าได้มั้งครับ .. เนื้อหาก็มีความหลากหลายครอบคลุมสังคม วัฒนธรรมของชุมชนชาวสุวรรณภูมิ ซึ่งผู้จัดคงอยากจะบอกว่าชาวสุวรรณภูมิก็คือคนรุ่นก่อนๆ ที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยนี่แหละ ไม่ได้อพยพมาจากที่ไหน แล้วก็ไม่ได้เป็นกลุ่มคนที่มีเอกลักษณ์หนึ่งเดียวเท่านั้น แต่จะหมายรวมไปถึงกลุ่มคนหลายๆ กลุ่มตามป่าเขา ตามที่ราบลุ่มน้ำ หรือชายฝั่งทะเล และคนพวกนี้เองก็รับเอาวัฒนธรรมจากข้างนอกเข้ามาปรับใช้เกิดเป็นลักษณะของตัวเอง นอกจากนี้ทรัพยากรธรรมชาติในดินแดนสุวรรณภูมิก็มีอย่างอุดมสมบูรณ์ ไม่ว่าจะเป็นของป่า แร่ธาตุ ที่ล่อให้คนที่อยู่ไกลโพ้นทะเลต่างแสวงหาโอกาสเข้ามาหาผลประโยชน์ในสุวรรณภูมิ


บอร์ดนี้แสดงให้เห็นลักษณะทางกายภาพของเด็กๆ ที่หลากหลาย
อันแสดงให้เห็นถึงความหลากหลายทางชาติพันธุ์ของกลุ่มคน
ในดินแดนสุวรรณภูมิ





เด็กกำลังเล่นเกมส์จาก touch screen computer
โดยสวมบทเป็นพ่อค้าเอาของจากดินแดนของตัวเอง
ไปแลกเปลี่ยนซื้อขายกับพ่อค้าต่างแดน




นอกจากนี้ ยังมีการจัดแสดงด้วย VDO ที่น่าสนใจเกี่ยวกับการผลิตโลหะให้ดูเพลินๆ สนุกสนาน ดีกว่ายืนอ่านตัวหนังสือหรือภาพลายเส้นนิ่งๆ แบบเก่าๆ เดิม




พุทธิปัญญา
(Buddism)




ห้องนี้ไม่เล่าอะไรดีกว่า อยากให้ไปดูเอง เพราะดูอะไรได้ไม่ละเอียดนัก ...มันร้อน
แต่ใครเหนื่อยก็จะเข้าไปนอนฟังธรรม แล้วหลับไปเลยก็ได้ ไม่มีใครสังเกตหรอก มันมืดมาก... ล้อเล่น!!!

Comment

Comment:

Tweet