ภายนอก museum

posted on 16 Sep 2008 15:58 by thai-land in Museum

Museum of Siam (Discovery Museum) 1

ช่วงนี้ถ้าใครได้ผ่านไปแถวๆ วัดเชตุพนวิมลมังคลารามหรือวัดโพธิ์ กรมการรักษาดินแดน สวนสราญรมย์ จะเห็นตุ๊กตารูปคนรูปร่างพิลึกๆ สีแดงๆ ยืนอยู่ตามทางเท้า หรือวงเวียน

พวกเขาคือ presenter ของ Museum of Siam นั่นเองครับ









แล้วตุ๊กตาเหล่านี้ มีที่มาอย่างไร ??

ตุ๊กตาเหล่านี้ได้มาจาก ตราสัญลักษณ์ของสถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาตินั่นเอง จากเว็บไซต์ของ สถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ ซึ่งเป็นต้นสังกัดของ Museum of Siam แห่งนี้ กล่าวว่า


คนทุกคนมีกำเนิดมาตัวเปล่าทั้งนั้น ยุคแรกเริ่มยังไม่รู้จักทำเครื่องนุ่งห่ม จึงเป็นคนเปลือย เลยถูกเรียกจากคนอื่นที่มีอารยธรรมสูงกว่าว่า นาค (นาคก็คืองู ไม่มีขน ไม่มีเกล็ด มีแต่หนังหุ้มและลอกได้ ตามกำหนด ทั้งหมดเท่ากับเปลือยเปล่า และเป็นสัญลักษณ์ของน้ำที่อยู่ใต้ดิน คือบาดาล กับบนฟ้า คือสวรรค์ ซึ่งเป็นสิ่งที่คนในอุษาคเนย์ต้องการเพื่อใช้เพาะปลูกพืชพันธุ์ธัญญาหารตามฤดูกาล)

ฉะนั้น ตราสัญลักษณ์ จึงเป็นรูปคนที่ไม่ระบุเพศและเผ่าพันธุ์

รูปคนยืนกางแขน กางขา ทำท่าเป็นกบ เพราะกบ (รวมทั้งอึ่งอ่าง คางคก เขียด) เป็นสัญลักษณ์ของน้ำ โดยเฉพาะน้ำฝน จึงมีรูปกบอยู่บนหน้ากลองทอง (สัมฤทธิ์) หรือมโหระทึกของอุษาคเนย์ เพราะเป็น เครื่องมือเครื่องใช้ประโคมตีในพิธีกรรมขอฝนเพื่อความอุดมสมบูรณ์ของชนทุกเผ่ายุคดึกดำบรรพ์ ไม่น้อยกว่า 3,000 ปีมาแล้ว

นอกจากยกย่องกบเป็นสัตว์ศักดิ์สิทธิ์แล้ว คนในชุมชนยังร่วมกันเต้นฟ้อนทำท่าเป็นกบด้วย มีภาพเขียนสีสมัยก่อนประวัติศาสตร์ตาม เพิงผา และเถื่อนถ้ำตั้งแต่เขตมณฑลกวางสีถึงบริเวณประเทศไทย

พิพิธภัณฑ์จึงแสดงเรื่องราวของ "คน" เพื่อให้รู้และเข้าใจรากเหง้าเหล่ากอความเป็นมาของบรรพชน ซึ่งล้วนเป็นคนพื้นเมืองของภูมิภาคอุษาอาคเนย์โบราณ คนพวกนี้ประสมประสารกันทางเผ่าพันธุ์ สังคม และ วัฒนธรรม แล้วก่อบ้านสร้างเมืองขึ้นเป็นแว่นแคว้นหรือรัฐ จนเป็นอาณาจักร แล้วดำรงเป็นประเทศสืบมาถึงทุกวันนี้


เดี๋ยวผมจะพาเข้าไปชมอาคารที่เขาใช้จัดแสดงนิทรรศการถาวร "เรียงความประเทศไทย" นะครับ


ซุ้มประตูทางเข้า


อาคารจัดแสดงนิทรรศการถาวรเรื่อง เรียงความประเทศไทย

สำหรับอาคารจัดแสดงนิทรรศการถาวรหลังนี้ แต่เดิมคืออาคารของกระทรวงพาณิชย์เดิม ที่สร้างขึ้นเมื่อราว พ.ศ. 2465 โดยสถาปนิกชาวอิตาลี ชื่อ มาริโอ ตามาญโญ ซึ่งออกแบบร่วมกับวิศวกรกอลโล สปิญโญ และสถาปนิกกวาเดรลลิ มีลักษณะสถาปัตยกรรมแบบยุโรป เป็นตึก 3 ชั้น แผนผังเป็นรูปตัว E กล่าวคือ เป็นอาคารยาวที่มีมุขยื่นออกมาที่ปลายอาคารและตรงกลางอาคาร บัวหัวเสาของอาคารเป็นแบบ Ionic และมีการประดับรูปหน้าสตรีบริเวณยอดซุ้มโค้งหน้าต่างระเบียง







แต่อย่างไรก็ตาม ประวัติการใช้พื้นที่บริเวณกระทรวงพาณิชย์หลังนี้ก็ยังสามารถสืบค้นย้อนหลังกลับไปได้จนถึงสมัยกรุงศรีอยุธยา ... ใครใคร่รู้ต้องเข้าไปชมนิทรรศการภายใน ในห้อง "ตึกเก่าเล่าเรื่อง" (Building Exhibition) ครับ


ร่องรอยของสิ่งปลูกสร้างที่ถูกเปิดเผยเมื่อคราวที่มีการบูรณะอาคาร
ซึ่งเมื่อบูรณะอาคารเรียบร้อยแล้ว ก็ยังเปิดเผยให้เห็นให้ผู้สนใจเดินมาดูได้


ต่อไปก็จะเป็นภาพบรรยากาศภายในอาคาร ก่อนที่จะเข้าไปชมนิทรรศการถาวร


บันไดภายในอาคารที่มีโครงสร้างฝากไว้กับผนังอาคาร โดยไม่มีเสารองรับน้ำหนัก
ทำให้ดูเหมือนบันไดนั้นลอยอยู่ได้อย่างน่าแปลกใจ












ปิดท้ายบล้อกนี้ด้วยรูปคนเต้นท่ากบนับร้อยนับพันที่แขวนห้อยอยู่ตรงกลางช่องว่างของบันไดบริเวณปีกขวาของตึก

แล้วเดี๋ยวจะเอารูปการจัดแสดงในห้องนิทรรศการถาวรมาให้ดู เผื่อใครว่างๆ วันหยุดเสาร์ - อาทิตย์นี้ จะได้มีทางเลือกไปเที่ยวพักผ่อน แถมยังได้ความรู้ด้วย อ้อ ... ตอนนี้เขายังเปิดให้เข้าชมฟรีนะครับ อีกไม่นานก็คงจะเก็บค่าเข้าชม

Comment

Comment:

Tweet